วันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เรื่องที่ 2 : ความเป็นมาของจรรยาบรรณวิชาชีพสถาปัตยกรรม และคณะกรรมการจรรยาบรรณ (Thailand Version)

เรื่องที่ 2
ความเป็นมาของจรรยาบรรณวิชาชีพสถาปัตยกรรม และคณะกรรมการจรรยาบรรณ

                                                                                              


      “….คณะกรรมการจรรยาบรรณ สภาสถาปนิก เป็นผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 มาตรา 57 ให้เป็นเจ้าพนักงานทำหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยกรณีมีผู้กล่าวหาผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมทุกสาขาวิชาชีพว่ากระทำความผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรมตามที่ปรากฎในข้อบังคับ…..”
 
การศึกษาสถาปัตยกรรมศาสตร์สมัยใหม่ในประเทศไทยนับได้ว่าเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2473 หลังจากอาจารย์นารถ โพธิประสาท สำเร็จการศึกษาวิชาสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ กลับมาเปิดการเรียนการสอนวิชาเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมที่โรงเรียนเพาะช่าง และต่อเนื่องย้ายมาเป็นแผนกสถาปัตยกรรมในคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนพัฒนากลายเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ณ สถาบันเดียวกัน หลังจากนั้นการควบคุมการปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมจึงเกิดขึ้นในเวลาต่อมาไม่นานนัก โดยกลุ่มสถาปนิกซึ่งส่วนใหญ่จบการศึกษาจากต่างประเทศได้ร่วมกันก่อตั้งสมาคมสถาปนิกสยามในปี พ.ศ. 2477 เพื่อดำเนินกิจกรรมพัฒนาและกำกับดูแลการปฏิบัติวิชาชีพของสถาปนิกมาอย่างต่อเนื่องและขยายวงกว้างขึ้นตามจำนวนสถาปนิกที่เพิ่มขึ้น ต่อมาสมาคมฯ ได้ผลักดันให้เกิดพระราชบัญญัติวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. 2508 เพื่อควบคุมการปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมขึ้นอย่างเป็นทางการจากภาครัฐโดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ในประเทศไทยมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

หลังจากนั้นรัฐบาลได้ประกาศบังคับใช้กฎกระทรวงฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2511) ออกตามความในพระราชบัญญัติดังกล่าว  เพื่อกำหนดเป็นมรรยาทแห่งวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม เพื่อใช้เป็นกรอบปฏิบัติในการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมมาโดยตลอดเป็นเวลา  23 ปี จนเมื่อถึงปี พ.ศ. 2534 กระทรวงมหาดไทยได้ยกเลิกกฎกระทรวงนี้แล้วประกาศใหม่เป็นกฎกระทรวงฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติฉบับข้างต้นเพื่อใช้งานทดแทน โดยกำหนดเป็นมรรยาทแห่งวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ไว้รวม 17 ข้อ โดยตัดเนื้อหาเดิมที่ระบุว่า “ห้ามสถาปนิกกระทำการรับเหมาก่อสร้าง” ออกเพื่อให้รองรับกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมวิชาชีพซึ่งนับเป็นการแก้ไขเพียงครั้งเดียวที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาขณะนั้น ผู้ประกอบวิชาชีพทั้งหลายได้ใช้มรรยาทแห่งวิชาชีพฯ นี้เป็นกรอบการปฏิบัติวิชาชีพมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม (กส.) กระทรวงมหาดไทย ต่อมาเมื่อก่อตั้งสภาสถาปนิกขึ้นตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 จะมีคณะกรรมการสภาสถาปนิกเป็นตัวแทนผู้ปฏิบัติวิชาชีพทั้ง 4 สาขาทำหน้าที่กำกับดูแลการแทนที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม (กส.) แต่เดิม เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมได้มีโอกาสกำกับดูแลการทำงานของคนในวิชาชีพเดียวกันอย่างอิสระ จากกฎหมายดังกล่าว ทำให้อำนาจหน้าที่ดูแลด้านจรรยาบรรณของสถาปนิกได้กลายเป็นภาระงานตามกฎหมายของสภาสถาปนิกโดยสิ้นเชิง ต่อมา สภาสถาปนิกได้ปรับปรุงแก้ไขมรรยาทแห่งวิชาชีพฯ 17 ข้อตามกฎกระทรวงข้างต้นและประกาศเป็นข้อบังคับสภาสถาปนิกว่าด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. 2545 จำนวน 25 ข้อ ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2546 มาจนปัจจุบัน 

คณะกรรมการจรรยาบรรณ สภาสถาปนิก  
เป็นผู้มีอำนาจตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 มาตรา 57 ให้เป็นเจ้าพนักงานทำหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยกรณีมีผู้กล่าวหาผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมทุกสาขาวิชาชีพว่ากระทำความผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรมตามที่ปรากฎในข้อบังคับ คณะกรรมการจรรยาบรรณชุดนี้จะได้รับการพิจารณาแต่งตั้งตามมติของที่ประชุมใหญ่ของสภาสถาปนิก และมีระยะเวลาดำรงตำแหน่งได้คราวละ 3 ปีแต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน ประกอบด้วยประธาน 1 คน และกรรมการจรรยาบรรณตามจำนวนที่คณะกรรมการสภาสถาปนิกกำหนดแต่ไม่น้อยกว่า 3 คน คณะกรรมการดังกล่าวล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในวงการวิชาชีพสถาปัตยกรรม และต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติมตามที่ปรากฎในมาตรา 53 ในพระราชบัญญัติเดียวกัน ดังนี้คือ

1)    เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี
2)    ไม่เคยถูกลงโทษประพฤติผิดจรรยาบรรณ
คณะกรรมการจรรยาบรรณ สภาสถาปนิกในวาระปัจจุบัน (พ.ศ. 2550-53) ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ดังต่อไปนี้
 1)    หม่อมหลวงภุมรีรัตน์ จงเจริญสุข                                 ประธานคณะกรรมการ
 2)    นายกี ขนิษฐานันท์                                                      กรรมการ
 3)    นายเจตกำจร พรหมโยธี                                              กรรมการ
 4)    นายสุพจน์ โกวิทวานิชย์                                              กรรมการ
 5)    นายสมบูรณ์ เวสสุนทรเทพ                                          กรรมการ
 6)    นายพิศิษฐ์ โรจนวานิช                                                 กรรมการ
 7)    ผู้ช่วยศาสตราจารย์นพปฎล สุวัจนานนท์                     กรรมการ
 8)    นาวาอากาศเอก หม่อมหลวงประกิตติ เกษมสันต์        กรรมการ
ทั้งนี้มี พลตำรวจตรีไกรสร ศรศรี เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการจรรยาบรรณ

คณะอนุกรรมการในคณะกรรมการจรรยาบรรณ  สภาสถาปนิก
     ในพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 มาตรา 58 ได้ให้อำนาจคณะกรรมการจรรยาบรรณแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณา หรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งแทนคณะกรรมการจรรยาบรรณได้ เพื่อลดระยะเวลาในกระบวนการพิจารณาวินิจฉัยข้อกล่าวหาและการสอบสวน สำหรับในวาระคณะกรรมการจรรยาบรรณชุดปัจจุบันได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยดำเนินงานเพิ่มเติมอีก 2 ชุดดังต่อไปนี้
1.   คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการร้องเรียนการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม  
            คณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้มีอำนาจตามมาตรา 59 ของ พระราชบัญญัติสถาปนิก คือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มีหน้าที่หลักคือกลั่นกรองข้อกล่าวหาเบื้องต้นแทนคณะกรรมการจรรยาบรรณ ด้วยการพิจารณาตรวจสอบและวินิจฉัยข้อกล่าวหาและหลักฐานที่ได้รับมาว่าเข้าข่ายความผิดจรรยาบรรณหรือไม่อย่างไร หากเห็นว่าหลักฐานต่างๆ ที่ได้รับยังไม่เพียงพอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองจะทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังผู้ร้องเรียน หรือผู้กล่าวหาทั้งในส่วนราชการ หรือเอกชนมาสอบถาม และหรือขอเอกสารเกี่ยวกับเรื่องที่ร้องเรียนหรือกล่าวหา หรือวัตถุใดๆ มาเพื่อเป็นประโยชน์แห่งการพิจารณา
และอีกทางหนึ่งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ จะออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมที่ถูกร้องเรียน หรือ ถูกกล่าวหาว่าประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพมาให้ถ้อยคำ และหรือส่งเอกสาร หลังจากพิจารณาตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ จนครบถ้วนแล้ว กรณีคดีไม่มีมูลหรือไม่เข้าข่ายความผิดจรรยาบรรณ คณะอนุกรรมการฯ จะเสนอแนวทางวินิจฉัยต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณให้ยกข้อกล่าวหา หากมีมูลจะเสนอเรื่องกลับไปยังคณะกรรมการจรรยาบรรณเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนเพื่อนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่อไป

รายนามคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ได้แก่
1)     พลตำรวจตรีไกรศร  ศรศรี       ประธานอนุกรรมการ
2)     พันตำรวจเอกพิชัย พิมลสินธุ์   อนุกรรมการ
3)     นายนิติศักดิ์ ชอบดำรงธรรม    อนุกรรมการ
4)     พันตรีกมล วงศ์สมบุญ             อนุกรรมการ
5)     นายชาญวิชญ์ สิริสุนทรานนท์  อนุกรรมการและเลขานุการ

2.  คณะอนุกรรมการสอบสวน 
            เป็นคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาแต่งตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่สอบสวนสำนวนคดีตามข้อกล่าวหากรณีเข้าข่ายความผิดจรรยาบรรณ โดยคณะอนุกรรมการดังกล่าวจะมีหน้าที่ดำเนินการสอบสวนคู่กรณี สอบพยาน ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน และทำความเห็นตลอดจนเสนอผลการพิจารณาต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดอีกครั้งหนึ่ง  อนึ่งคณะอนุกรรมการสอบสวนมิได้มีการแต่งตั้งไว้เป็นการถาวร โดยคณะกรรมการจรรยาบรรณจะพิจารณาแต่งตั้งเป็นคราวๆ ไปตามคดีหรือข้อกล่าวหานั้นๆ และสิ้นสุดวาระลงเมื่อการสอบสวนพิจารณาคดีนั้นสิ้นสุดลง
      องค์ประกอบของคณะอนุกรรมการสอบสวนประกอบด้วย ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมในสาขาเดียวกับผู้ถูกกล่าวหา และมีคุณวุฒิตามใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหา มีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 ท่าน แต่หากมีคุณวุฒิเท่ากันก็ให้พิจารณาแต่งตั้งผู้มีอาวุโสกว่าเป็นอนุกรรมการได้ โดยตามข้อบังคับว่าด้วย การพักใช้ใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2544  กำหนดให้อนุกรรมการผู้มีอาวุโสสูงสุดทำหน้าที่เป็นประธานอนุกรรมการ นอกจากนี้คณะอนุกรรมการยังต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติมดังต่อไปนี้คือ
 
1)     ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ปี
2)     ไม่เคยถูกลงโทษฐานประพฤติผิดจรรยาบรรณ
 
สำหรับกระบวนการพิจารณาคดีคณะกรรมการและอนุกรรมการชุดต่างๆ จะดำเนินการตามอำนาจและขั้นตอนใน พระราชบัญญัติสถาปนิก และข้อบังคับว่าด้วย การพักใช้ใบอนุญาตและการเพิกถอนใบอนุญาตฯ ดังกล่าวแล้วเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามในข้อบังคับฉบับเดียวกัน ยังระบุไว้ว่าสถาปนิกผู้ถูกกล่าวหาอาจคัดค้านการแต่งตั้งอนุกรรมการผู้หนึ่งผู้ใดได้ ถ้าเห็นว่าอนุกรรมการผู้นั้นเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกกล่าวหา โดยการคัดค้านดังกล่าวต้องทำเป็นหนังสือแสดงเหตุผลคัดค้านต่อประธานคณะกรรมการจรรยาบรรณภายใน 15 วันนับตั้งแต่ได้รับคำสั่งแต่งตั้งอนุกรรมการจากสภาสถาปนิก แต่อย่างไรก็ตามสิทธิในการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ขึ้นกับคณะกรรมการจรรยาบรรณที่จะพิจารณาว่าคำขอดังกล่าวมีเหตุผลอันควรหรือไม่

 

เรื่องที่ 1 : ความหมายและความสำคัญของจรรยาบรรณวิชาชีพ (Thailand Version)

จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม
                                                                                  


เรียบเรียงโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชด ชมภูนิช

 
สารบัญเนื้อหา

1.   ความหมายและความสำคัญของจรรยาบรรณวิชาชีพ
2.   ความเป็นมาของจรรยาบรรณวิชาชีพสถาปัตยกรรมและคณะกรรมการจรรยาบรรณ
3.   องค์ประกอบและเนื้อหาของจรรยาบรรณวิชาชีพ
4.   กฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณวิชาชีพ
5.   ความผิดและบทลงโทษคดีจรรยาบรรณวิชาชีพ
6.   ขั้นตอนและระยะเวลาการพิจารณาคดีจรรยาบรรณ
7.   การเตรียมตัวเมื่อถูกกล่าวหาคดีจรรยาบรรณและการขออุทธรณ์ลดโทษ
8.   คดีจรรยาบรรณวิชาชีพที่ผู้ปฏิบัติวิชาชีพมักกระทำผิดเสมอ
9.   10 กรณีศึกษา : ปัญหาจรรยาบรรณควรรู้
1)  สถาปนิกให้สัมภาษณ์แนะนำวัสดุก่อสร้างผิดจรรยาบรรณหรือไม่?
2)  สถาปนิกจัดรายการโทรทัศน์หรือวิทยุ ทำการประชาสัมพันธ์ผู้สนับสนุนรายการผิดจรรยาบรรณหรือไม่?
3)  สถาปนิกเป็น Presenter ยาสีฟันผิดจรรยาบรรณหรือไม่?
4)  สถาปนิกเป็น Presenter กระเบื้องมุงหลังคาผิดจรรยาบรรณหรือไม่?
              5)  สถาปนิกแนะนำหรือประชาสัมพันธ์หนังสือของตนเองผิดจรรยาบรรณหรือไม่?
6)  สถาปนิกหรือบริษัทสถาปนิก ประชาสัมพันธ์ผลงานตนเองหรือของบริษัทในสื่อต่างๆ ผิดจรรยาบรรณหรือไม่?
7)  ลูกค้าไม่จ่ายค่าแบบแล้วสถาปนิกไม่ทำงานต่อ จะถูกกล่าวหาว่าละทิ้งงานหรือไม่?
8)  สถาปนิกเป็น Sales ขายสีผิดจรรยาบรรณหรือไม่?
9)  สถาปนิกคิดค่าแบบสูงกว่าหรือต่ำกว่ามาตรฐานของสมาคมสถาปนิกสยามฯ ผิดจรรยาบรรณหรือไม่?
10)  สถาปนิกออกแบบสถานบริการอาบอบนวดผิดจรรยาบรรณหรือไม่?  
10.   จรรยาบรรณวิชาชีพกับการเปลี่ยนแปลง

                                                



เรื่องที่ 1 
ความหมายและความสำคัญของจรรยาบรรณวิชาชีพ
                                                                               


      “…..จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรมเปรียบเสมือน กฎ กติกาและมารยาท ให้ผู้ประกอบวิชาชีพถือเป็นกรอบในการปฏิบัติงานเช่นเดียวกับนักกีฬาประเภทต่างๆ ที่ต้องยึดถือปฏิบัติตามกติกาของกีฬาชนิดนั้นๆ ขณะทำการแข่งขันเพื่อความเสมอภาคและเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย…..”
วิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมเป็นวิชาชีพที่ต้องการผู้มีคุณสมบัติประกอบด้วยสติปัญญา และความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์และเปี่ยมด้วยทักษะการให้บริการทางวิชาชีพอย่างมีมาตรฐาน อันเนื่องมาจากผลงานของผู้ประกอบวิชาชีพล้วนแล้วแต่มีผลสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต สวัสดิภาพและความเป็นอยู่ของผู้อยู่อาศัย ตลอดจนมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางกายภาพด้านต่างๆ ของมนุษย์ และสภาพภูมิทัศน์ของเมืองและสังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม นอกจากจะต้องให้บริการแก่ลูกค้าตามข้อกำหนดในการปฏิบัติวิชาชีพต่างๆ กรอบแห่งกฎหมายและข้อกำหนดในสังคมแล้ว ยังต้องระลึกถึงความถูกต้องทางศีลธรรม จริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตทางสังคมมากกว่ากรอบการดำเนินธุรกิจทั่วไปของผู้ประกอบอาชีพอื่นๆ อีกด้วย ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมจึงต้องมีข้อกำหนดในการประพฤติเพื่อเป็นกรอบการปฏิบัติเพิ่มเติม เพื่อให้การดำเนินอาชีพของแต่ละบุคคลเป็นไปในแนวทางเดียวกัน มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ ไม่เอารัดเอาเปรียบกันในหมู่นักวิชาชีพและลูกค้าผู้ว่าจ้าง กรอบปฏิบัตินี้ถูกกำหนดไว้เป็นจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมทุกสาขาให้ใช้เป็นแนวทางให้ประพฤติปฏิบัติอย่างมีสัมมาอาชีวะ และเป็นข้อห้ามมิให้ผู้ถือใบอนุญาตทั้งหลายกระทำการใดๆ อันนำมาซึ่งความเสื่อมเสียต่อสาธารณะ และเกียรติศักดิ์วิชาชีพของตนเองอีกด้วย  

คำศัพท์ “จรรยาบรรณ” มีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานว่า “ประมวลความประพฤติที่ประกอบอาชีพการงานอย่างหนึ่งกำหนดขึ้น เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียงและรากฐานของสมาชิก อาจเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้”  ดังนั้น จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม จึงมีแปลความหมายได้ว่า “ประมวลความประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมที่กำหนดขึ้นเพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และฐานะของบรรดาสมาชิกที่ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม”
 
ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมทุกสาขาอันได้แก่ สถาปนิก ภูมิสถาปนิก สถาปนิกนักผังเมือง มัณฑนากรและสถาปนิกนักตกแต่งภายใน สามารถศึกษารายละเอียดเนื้อหาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพได้จาก ข้อบังคับสภาสถาปนิกว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. 2545 ซึ่งสภาสถาปนิกประกาศบังคับใช้ภายใต้อำนาจตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 เนื้อหาโดยรวมของข้อบังคับนี้จะมุ่งเน้นให้สถาปนิกและผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมอื่นๆ มีความตระหนัก มีจิตสำนึกในการปฏิบัติงานและระมัดระวังเรื่องคุณภาพของผลงานของตน ว่าจะไม่ส่งผลกระทบในเชิงลบต่อสภาพแวดล้อม ต่อสาธารณชน และต่อชุมชนที่ตั้งโครงการหรืออาคารบ้านเรือน อีกทั้งยังกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตในการประกอบวิชาชีพทั้งต่อตนเอง ต่อวิชาชีพ ต่อผู้ว่าจ้างและเพื่อนร่วมอาชีพอีกด้วย 

จรรยาบรรณวิชาแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรมจึงเป็นกรอบปฏิบัติสำคัญเพื่อให้ผู้ปฏิบัติวิชาชีพยึดถือเพื่อให้การทำงานเป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการและวิชาชีพ และเป็นไปตามหลักแห่งทางคุณธรรมจริยธรรม อันจะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าหรือประชาชนผู้รับบริการ และสังคมสาธารณะเป็นสำคัญ หากผู้ประกอบวิชาชีพไม่ปฏิบัติตามจรรยาบรรณคงเปรียบได้กับนักกีฬาที่ไม่เคารพกฎกติกาหรือปฏิบัติตามกรรมการผู้ตัดสินขณะลงสนามแข่งขัน ย่อมเกิดการเอารัดเอาเปรียบกันอยู่ตลอดเวลา จากเหตุเหล่านี้ อาจกล่าวได้ว่า ผู้ประกอบวิชาชีพหากขาดกรอบจรรยาบรรณวิชาชีพไว้ถือปฏิบัติแล้ว สังคมวิชาชีพอาจเกิดการแข่งขัน แย่งชิงผลประโยชน์เข้าตนเองกันทุกวิถีทางโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องใดๆ ทั้งสิ้น ผลเสียย่อมส่งมาถึงการปฏิบัติงาน และผลงานการออกแบบที่ขาดมาตรฐาน ซึ่งอาจสร้างความเสียหายที่คาดเดาไม่ได้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการและสังคม จนในที่สุดแล้ววิชาชีพก็จะถึงจุดเสื่อมสลายเนื่องจากบุคคลและวิชาชีพจะไม่ได้รับความเชื่อถือจากผู้คนในสาธารณะอีกต่อไป
 
จรรยาบรรณจึงถือเป็นหลักการทำงานสำคัญที่ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมทุกสาขาต้องยึดถือไว้ตลอดการปฏิบัติงานของตนเอง เนื่องจากเป็นข้อกำหนดที่มีผลการบังคับใช้ตามกฎหมายรวมทั้งมีบทลงโทษในกรณีไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติไว้อย่างชัดเจน ดังปรากฎตามข้อความในพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 ที่ระบุแนวทางการปฏิบัติและการกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมไว้ในมาตรา 50 ว่า “ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมต้องประพฤติตนตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ” และมาตรา 51 ว่า “บุคคลที่ได้รับความเสียหายหรือพบการประพฤติผิดจรรยาบรรณของผู้ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมใดๆ มีสิทธิกล่าวหาผู้ถือใบอนุญาตนั้นด้วยการทำเรื่องยื่นต่อสภาสถาปนิก ได้”

ดังนั้น ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมพึงสังวรณ์และระลึกไว้เสมอว่า เมื่อตนเองฝ่าฝืนหรือกระทำความผิดจรรยาบรรณตามเหตุที่ปรากฎในข้อบังคับฯ จรรยาบรรณ จะถูกพิจารณาวินิจฉัยความผิดตามกฎหมายวิชาชีพ (พระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543) และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องโดยคณะกรรมการจรรยาบรรณ สภาสถาปนิก ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการสอบสวน พิจารณาคดีและมีอำนาจตัดสินลงโทษผู้ประกอบวิชาชีพที่กระทำความผิดตามลักษณะความผิดอย่างแน่นอน 

แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบวิชาชีพพึงเข้าใจว่า การถูกพิจารณาโทษตามคดีจรรยาบรรณเป็นสิ่งที่มีการพิจารณาแยกจากบทลงโทษอื่นๆ ตามกฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายปกครอง โดยผู้ประกอบวิชาชีพนั้นๆ อาจได้รับบทลงโทษทางแพ่งหรืออาญาเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นการลงโทษปรับ หรือจำคุก ตามเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับการฝ่าฝืนข้อกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกก็เป็นได้ หรืออาจไม่ได้รับบทลงโทษอื่นใดอีกเลยนอกเหนือจากบทลงโทษคดีจรรยาบรรณก็เป็นได้อีกเช่นกัน หากการกระทำผิดจรรยาบรรณนั้นไม่ขัดแย้งกับกฎหมายอื่นดังกล่าวแล้วข้างต้น

สรุปความได้ว่าจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรมเปรียบเสมือน กฎ กติกาและมารยาท ให้ผู้ประกอบวิชาชีพถือเป็นกรอบในการปฏิบัติงานเช่นเดียวกับนักกีฬาประเภทต่างๆ ที่ต้องยึดถือปฏิบัติตามกติกาของกีฬาชนิดนั้นๆ  ขณะทำการแข่งขันเพื่อความเสมอภาคและเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย โดยมีกรรมการตัดสินอันได้แก่ องค์กรแห่งวิชาชีพของตนเป็นผู้ทำหน้าที่ควบคุมผู้เล่น (ผู้ประกอบวิชาชีพ) แต่ละคน ให้ถือปฏิบัติตามกติกาหรือจรรยาบรรณโดยเคร่งครัดเพื่อมิให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน เพื่อประโยชน์ของมวลชนส่วนรวมและเพื่อจรรโลงวิชาชีพให้ยั่งยืนสืบไปในที่สุด


Subject 1 : The meaning and importance of professional ethics. (English Version)

Professional ethics of architecture.

                                                                         

Compiled by Assistant Professor Ratchot Chomphunich.



    Table of contents.

1. The meaning and importance of professional ethics.
2. The history of architecture, professional ethics and ethics committee.
3. Composition and content of professional ethics.
4. Laws and regulations related to professional ethics.
5. The guilt and penalty cases professional ethics.
6. Steps and duration of the trial ethics.
7. Preparing for the case when the alleged conduct and to reduce the penalty appeal.
8. Cases where the professional practice professional ethics are often perpetrators always.
9. 10 Case study: ethics problems should know.
     1) The architect interviews construction unethical or not?
     2) Architects, television or radio programming. Publicity of the wrong transaction support Chan Priya Bibliography or not?
     3) Presenter toothpaste architect is unethical or not?
     4) Presenter tile roof architecture is unethical or not?
     5) Architect, recommend or promote their own books, unethical or not?
     6) architect or architectural firm. Public works themselves or the companies in the media. Unethical or not?
     7) Customer fails to pay the architect and not a resume. Being accused of abandonment or not?
     8) Architect Distributor selling color unethical or not?
     9) Architects charge a higher or lower than the standard ASA. Unethical or not?
     10) Architecture design facilities Massage unethical or not?
10. Ethics and professional changes.


                                                     


Subject 1
The meaning and importance of professional ethics.

                                                                                                  



     "..... Like architecture, professional ethics, rules and etiquette. The practitioner is a framework for the operation as with many athletes. To abide by the rules of that sport. During the competition to equality and fairness to both parties. ....."

     Architectural control is a qualified professional to include intelligence And ability to create trust and skills to professional services as a standard. Due to the work of professionals, all of which have a significant effect on the quality of life. Health and well-being of resident, as well as affecting the physical environment and human aspects of the landscape of the city and society, both now and in the future.

     Professional architectural control But to provide services to clients in accordance with professional practice. Framework of laws and regulations in society then. Must also be recognition of the moral. Ethics and honesty in society rather than within the normal business of other professionals as well. Professional architectural control must conduct a more appropriate framework for further action. To the occupation of an individual in the same way. Being honest to the profession. Not taking advantage among professionals and principal customers. This framework is set to follow code of professional architectural control of all branches to be used as guidelines for conduct with right livelihood and restrictions shall permit holder shall take any action. Which brings disgrace to the public. And the dignity of their profession as well.

     Word "ethics" has the meaning that the Royal Institute dictionary version. "Processing behavior of one career established. For the protection and promotion of Fame. Reputation and foundation members. May be written or not written." Thus, "Professional ethics of architecture" therefore the interpretation that "Comprehensive character of the architectural profession to maintain and promote the reputation and prestige as the members of the architectural profession."

     Professional architectural control of all branches, including architects, landscape architects, architects of City Planning. Interior designers and interior architects can learn the details of the professional ethics from. Council regulation on the ethics of professional architects, architecture, BE 2545. Architects Council declared effective under the authority of this Act Architects, Act 2543. The content of this rule focuses on the architecture, architects and other professionals. Awareness. The environmental performance and be careful about the quality of their work will not impact negatively on the environment and public projects or community location houses also requires that the architectural profession must have integrity in the practice of both self and professional employers and peers as well.

     Ethics courses on the professional practice framework architecture is essential to adhere to the professional practice to work as academic and professional standards. And in accordance with the principles of morality. This will maximize the public, customers or clients. Social and public is important. If the practitioner fails to comply with ethical compared to athletes who would not respect the rules or follow the judge as to race. The parties would take advantage of the time. Because of these One could say that. If the lack of professional ethics within the profession and practice. Professional social potential competition Struggle for their own interests in every way, regardless of the accuracy of any total. The waste would arrive at work. And the lack of standard designs. Disadvantage affects it comes to performance and the lack of standard designs. This may damage the unpredictable are the people who use services and social. Finally, professional and will decay due to the personal and professional are not trusted by the people in public anymore.

     Ethics is therefore important principles of professional architectural control of all branches to take any action on their own. Because there is a requirement that the enforcement of legal sanctions, as well as in the case of non-compliance or non-performance clearly. The text appears as Act Architects, Act 2543. Specific guidelines and supervision of professional architecture in Section 50 that "the architectural profession must control the code of professional conduct" and Section 51 that "individuals who have been damaged or were unethical conduct of the licensees of any architectural profession. The accused has the right to hold the license by making submissions to the Council Architect."

     Therefore, the architectural profession should control Sangvorn lessons and keep in mind that on their own ethics violations committed by reason or as they appear in the Rules of the Code of Conduct will be considered Diagnostics legal profession (Architects Act 2543) and related regulations by the Commission on Ethics Council of Architects. Which are committee is responsible for the investigation. Trial judge has the power and punish the offenders according to the professional offense certainly.

     However. Practitioners should understand that. Being punished by the ethics case is considered separately from any other penalties. Legal control of property and administrative law. That professionals may be civil or criminal penalties, whether further punishment by fine or imprisonment for a reason related to violations of other laws that would be the more relevant, or may not receive any penalty other than penal cases it would be the more ethical as well. If the offender does not conflict with ethics laws as mentioned above.

     Concluded that the professional ethics of architecture like "the rules and etiquette". The practitioner is a framework for working with athletes as well as various to abide by the rules of that sport during the competition to equality and fairness to both parties. The referee is the professional organization is doing its duty to control the player. (Professional) each to comply with strict rules or ethics to prevent exploitation of each other. For the benefit of the whole mass to sustain a professional and sustainable prosperity in the end.

วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2553

เรื่องที่ 3 : องค์ประกอบและเนื้อหาจรรยาบรรณวิชาชีพ (Thailand Version)

เรื่องที่ 3 
องค์ประกอบและเนื้อหาจรรยาบรรณวิชาชีพ
  
                                                                      

 
ข้อบังคับสภาสถาปนิก
ว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม
พ.ศ. 2545
____________________

       อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8(6)(ซ) แห่งพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ.2543 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29ประกอบกับมาตรา 39 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายสภาสถาปนิก โดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาสถาปนิก ออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้
       ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาสถาปนิกว่าด้วยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม พ.ศ. 2545”
       ข้อ 2 ในข้อบังคับนี้ “ผู้ประกอบวิชาชีพ” หมายความว่า ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543
       ข้อ 3 ผู้ประกอบวิชาชีพผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อใดข้อหนึ่งในข้อบังคับนี้ให้ถือว่าผู้ประกอบวิชาชีพผู้นั้นประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม

      ในเนื้อหาสาระของข้อบังคับจะมีรายละเอียดชัดเจนถึงข้อควรปฏิบัติและพึงละเว้นปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมให้ถือปฏิบัติ ทั้งนี้ ข้อบังคับนี้ได้จำแนกองค์ประกอบของจรรยาบรรณวิชาชีพไว้ 4 ประเด็นหลักคือ จรรยาบรรณต่อสาธารณะ จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ จรรยาบรรณต่อผู้ว่าจ้าง และจรรยาบรรณต่อผู้ร่วมวิชาชีพ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


หมวด 1
จรรยาบรรณต่อสาธารณะ


      มีจำนวน 1 ข้อ เนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตนของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมทุกสาขา ว่าต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมโดยเคร่งครัด กฎข้อบังคับในหมวดนี้ ได้แก่

       ข้อ 4 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัดเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ.2543 และบทบัญญัติแห่งกฎหมายฉบับอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม


หมวด 2
จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ

     มีจำนวนทั้งสิ้น 8 ข้อ (ข้อ 5-12) เนื้อหาโดยรวมกล่าวถึงการปฏิบัติวิชาชีพอย่างซื่อสัตย์สุจริต ไม่สร้างความเสื่อมเสียต่อวิชาชีพ รวมทั้งการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน และแบบแผนแห่งวิชาชีพ ตัวอย่างเช่น การไม่ลงลายมือชื่อในแบบ หรืองานที่ตนเองไม่ได้ทำ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงการงดเว้นให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือผู้เกี่ยวข้องกับงานที่ปฏิบัติอยู่ และอีกประเด็นที่สำคัญ คือ การงดเว้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตนเองในสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ อีกด้วย ข้อบังคับในหมวดนี้ ได้แก่

       ข้อ 5 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่กระทำการใดๆ อันอาจนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
       ข้อ 6 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องปฏิบัติงานที่ได้รับทำด้วยความตั้งใจและเต็มความสามารถตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้องตามหลักปฏิบัติและวิชาการให้สนองต่อประโยชน์ของผู้ว่าจ้างและสาธารณะอย่างถูกต้อง
       ข้อ 7 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
       ข้อ 8 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบธรรม หรือใช้อิทธิพลหรือให้ผลประโยชน์แก่บุคคล เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับหรือไม่ได้รับงาน
       ข้อ 9 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ให้ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อย่างใดแก่เจ้าพนักงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการที่ผู้ประกอบวิชาชีพนั้นมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอยู่เพื่อจูงใจหรือสร้างอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเจ้าพนักงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐหรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้องนั้นผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐหรือผู้ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการให้คุณหรือให้โทษใดๆ ต้องไม่รับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์จากผู้ใด เพื่อจูงใจหรือสร้างอิทธิพลต่อการตัดสินใจของตน
       ข้อ 10 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ลงลายมือชื่อเป็นผู้ประกอบวิชาชีพในงานที่ตนไม่ได้รับทำ ตรวจสอบ หรือควบคุมด้วยตนเอง
       ข้อ 11 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่โฆษณา ใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้ผู้อื่นโฆษณา ด้วยประการใดๆ ซึ่งการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม ความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมของตนเอง เว้นแต่การแสดงชื่อ ตำแหน่ง คุณวุฒิ สาขาของวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ที่อยู่ หรือสำนักงานของผู้ประกอบวิชาชีพนั้นเอง
       ข้อ 12 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่โฆษณา ใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้ผู้อื่นเอาตนหรือชื่อของตนไปโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานวิชาชีพสถาปัตยกรรมทั้งปวง ทั้งพึงระมัดระวังมิให้การประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมของตนถูกเผยแพร่ออกไปในสื่อต่างๆ ในทำนองโฆษณาความรู้ความสามารถของตนเองหรือของผู้อื่น


หมวด 3
จรรยาบรรณต่อผู้ว่าจ้าง


      มีจำนวนทั้งสิ้น 9 ข้อ (ข้อ 13-21) เนื้อหาโดยรวมกล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติงานของสถาปนิกว่าควรปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้างให้เต็มความรู้ ความสามารถและเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ ตัวอย่างเช่น การไม่ละทิ้งงานของผู้ว่าจ้างโดยไม่มีเหตุอันควร การไม่นำแบบหรืองานของตนที่ทำให้ผู้ว่าจ้างรายหนึ่งไปใช้กับผู้ว่าจ้างอีกราย หรือคัดลอกงานตนเองไปใช้งานต่ออีกครั้งโดยไม่ได้รับอนุญาต และสถาปนิกต้องไม่เปิดเผยความลับ (งาน) ของลูกค้าต่อผู้อื่น รวมทั้งต้องให้ข้อมูลทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าเพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างครบถ้วน ข้อบังคับในหมวดนี้ ได้แก่

       ข้อ 13 ผู้ประกอบวิชาชีพพึงรับให้บริการวิชาชีพก็ต่อเมื่อผู้ประกอบวิชาชีพนั้น รวมถึงผู้อื่นซึ่งร่วมกันใน การดำเนินงานมีคุณวุฒิโดยการศึกษา โดยการฝึกฝน หรือโดยประสบการณ์เพียงพอในสาขาวิชาการที่เกี่ยวข้อง
       ข้อ 14 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือ ผู้อื่นโดยมิชอบ จากผู้รับเหมาหรือบุคคลอื่นซึ่งเกี่ยวข้องในงานที่ทำให้กับผู้ว่าจ้าง
       ข้อ 15 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ละทิ้งงานที่ได้รับทำโดยไม่มีเหตุอันสมควร
       ข้อ 16 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่เปิดเผยความลับของงานที่ตนได้รับทำ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจาก
ผู้ว่าจ้าง หรือโดยคำสั่งของเจ้าพนักงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย หรือตามคำสั่งศาล
       ข้อ 17 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่รับดำเนินงานโดยใช้รูปแบบอย่างเดียวกันที่เคยรับทำให้แก่ผู้ว่าจ้างรายอื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างรายนั้น และได้แจ้งให้ผู้ว่าจ้างรายใหม่นั้นทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว
       ข้อ 18 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่รับดำเนินงานโดยใช้รูปแบบอย่างเดียวกันที่เคยรับทำให้แก่ผู้ว่าจ้างรายอื่นเพื่อการเปรียบเทียบประกวดแบบ หรือประกวดราคา เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างรายนั้น และได้แจ้งให้ผู้ว่าจ้างรายใหม่ทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว
       ข้อ 19 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่แสวงหาหรือตกลงรับงานโดยรับค่าตอบแทนที่ต่ำกว่าความเหมาะสมตามมาตรฐานวิชาชีพสถาปัตยกรรม จนเป็นเหตุให้ตนไม่สามารถจะให้บริการเต็มความรับผิดชอบที่มีต่อผู้ว่าจ้าง ของตนและต่อสาธารณะ
       ข้อ 20 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่อวดอ้างกับผู้ว่าจ้างว่าตนเกี่ยวพันเป็นสมัครพรรคพวกหรือรู้จักคุ้นเคยกับ ผู้ใด อันกระทำให้ผู้ว่าจ้างหลงผิดว่าตนสามารถจะทำให้ผู้ว่าจ้างได้รับผลตอบแทนเป็นพิเศษ นอกจากทางการงาน หรือหลอกลวงว่าจะชักนำจูงใจให้ผู้นั้นช่วยเหลือในทางใด ๆ ก็ได้
       ข้อ 21 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่จงใจละเว้นหน้าที่ที่ควรกระทำอันเกี่ยวแก่งานของผู้ว่าจ้าง หรือปิดบังข้อความที่ควรแจ้งให้ผู้ว่าจ้างได้ทราบ


หมวด 4
จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมวิชาชีพ


      มีจำนวนทั้งสิ้น 7 ข้อ (ข้อ 22 -28) เนื้อหาโดยรวมกล่าวถึงแนวทางการประกอบวิชาชีพของสถาปนิกที่เกี่ยวข้องกับเพื่อนร่วมอาชีพ เพื่อให้การปฏิบัติวิชาชีพในหมู่นักวิชาชีพเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ได้แก่ ไม่แก่งแย่งรับทำงานชิ้นเดียวกันจากลูกค้าเดียวกัน ไม่โอ้อวดตนเองว่ามีความสามารถมากกว่าผู้อื่น และไม่คัดลอกแบบหรือนำงานของผู้อื่นมาเป็นของตน ไม่หางานด้วยการลดราคา หรือเสนอผลประโยชน์อื่นใดต่อลูกค้านอกจากการบริการตามมาตรฐาน การคัดลอกงานของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และการไม่ใส่ร้ายด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้เพื่อนผู้ร่วมวิชาชีพเสื่อมเสีย ข้อบังคับในหมวดนี้ ได้แก่

       ข้อ 22 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่โอ้อวดความรู้ความสามารถของตนจนเกินกว่าความเป็นจริงและต้องไม่แอบอ้างความคิดหรือผลงานของผู้ประกอบวิชาชีพอื่นว่าเป็นของตน
       ข้อ 23 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่แสวงหางานด้วยการแข่งขันกับผู้ประกอบวิชาชีพอื่นโดยวิธีประกวดราคาหรือลดผลประโยชน์ สินจ้างหรือบำเหน็จรางวัล
       ข้อ 24 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่เสนอบริการของตนในการประกวดแข่งขันที่ไม่ได้มาตรฐานการประกวดแบบตามมาตรฐานวิชาชีพสถาปัตยกรรม
       ข้อ 25 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่เข้าแย่งรับทำงานชิ้นเดียวกันและในขอบเขตงานเดียวกันจากผู้ว่าจ้าง รายเดียวกันที่ได้ว่าจ้างผู้ประกอบวิชาชีพอื่นอยู่แล้ว เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ประกอบวิชาชีพนั้น หรือผู้ว่า
จ้างมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรที่เชื่อได้ว่าได้บอกเลิกสัญญาว่าจ้างกับผู้ประกอบวิชาชีพอื่นนั้นแล้ว
       ข้อ 26 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่รับตรวจสอบงานซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพอื่นทำอยู่ เว้นแต่เป็นการตรวจสอบตามหน้าที่หรือขอบเขตของงานหรือตามวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบของผู้ว่าจ้าง และได้แจ้งหน้าที่หรือขอบเขตของงาน หรือวัตถุประสงค์ดังกล่าวให้ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นนั้นทราบล่วงหน้าแล้ว
       ข้อ 27 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่ใช้หรือคัดลอกแบบ รูป แผนผัง ผังหรือเอกสารที่เกี่ยวกับงานของผู้ประกอบวิชาชีพอื่นเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ประกอบวิชาชีพอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร
       ข้อ 28 ผู้ประกอบวิชาชีพต้องไม่จงใจกระทำการใดๆ ให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่ชื่อเสียงของผู้ประกอบวิชาชีพอื่น


ประกาศ ณ วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2546



(นายปรีดิ์ บุรณศิริ)
นายกสภาสถาปนิก

หมายเหตุ : ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับทั่วไป เล่ม 120 ตอนพิเศษ 68 ง วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2546

      จรรยาบรรณวิชาชีพเป็นข้อกำหนดที่จัดทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมเพื่อผู้ประกอบวิชาชีพทั้งหลาย ในการที่จะธำรงรักษา จรรโลงและส่งเสริมเกียรติคุณของวิชาชีพ รวมทั้งเพื่อยังประโยชน์ให้เกิดแก่สาธารณะเป็นสำคัญ ดังนั้นจึงเป็นสิทธิอันชอบธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพทั้งหลายในการพิจารณาให้ความเห็นต่อเนื้อหาเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาการปฏิบัติวิชาชีพของตนเองและประโยชน์ต่อสาธารณะ รวมทั้งยังสามารถร้องขอต่อสภาสถาปนิก ให้พิจารณาแก้ไขปรับปรุงข้อบังคับจรรยาบรรณให้สอดคล้องกับสภาพความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้หากเห็นว่ามีความล้าสมัย หรือเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติวิชาชีพในสภาพปัจจุบันหรืออนาคต แต่ถึงกระนั้นก็ตามผู้ประกอบวิชาชีพทั้งหลายพึงระลึกไว้เสมอว่าการเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆ นั้นพึงอยู่บนพื้นฐานของประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้บริการ และสังคมสาธารณะเป็นสำคัญมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง เพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์และศักดิ์ศรีของวิชาชีพอย่างยั่งยืนต่อไป

Subject 3 : Composition and content professional ethics. (Englisn Version)

Subject 3 : 
Composition and content professional ethics.
                                                                                    



Architect Council regulations.
On the ethics of the Architectural Control 
Act 2545.

____________________

       By virtue of Section 8 (6) (h) of the Architects Act 2543. Which is an Act relating to certain provisions. Restrict of rights and liberties of the people of Section 29, 39 and 50 of the Constitution of the Kingdom of Thailand.
So permit by virtue of the provisions of the Law Council of Architects, with the consent of the Council of Architects Spanriu special issue regulations on the following.

       Article 1 : This regulation is called. "Architect Council regulations. On the ethics of the Architectural Control Act 2545 ".
       Article 2 : In this rule, "Professionals" means a person who performs the architecture profession. Architect Act 2543.
       Article 3 : Professionals who violates or fails to perform any of the rules shall be deemed to professionals concerned. Professional etiquette, professional architecture.

      The contents of the regulations will be detailed as possible on any action and should be ignored professional standards for architectural control to comply with .... ". However, this rule has identified the four elements of professional ethics is a major issue.
     Ethics in public, Professional ethics, Code of Conduct against the employer and Ethics of professional participants. The details are as follows.


Chapter 1 
Ethics in public.

     The content of an article mentioned practice of professional architecture branch. That architects need to comply with this Act, BE 2543, and other laws relating to professional architectural practice strictly. Articles in this section are.

       Article 4 : Professionals must perform in order to strictly. Under the provisions of the Architects Act 2543 and the provisions of other legislation. Related to the practice of architecture.
       

Chapter 2 
Professional Ethics.

     A total of eight articles (articles 5-12). Overall the content of professional practice with integrity. Is not defamatory to the profession. Including performance standards. And patterns of the profession. For example, do not sign the form. Or did not do their job. It also is said to refrain from the property or interest to government officials. Or related to work performed at, and other issues important to refrain from advertising in their media releases are also in this category include regulations.

       Article 5 : Professionals must not take any action. Which may lead to disgrace the dignity of the profession.
       Article 6 : Professionals must perform work that has been getting accidentally and full capabilities of the standard of professional practice correctly. According to practical and academic to serve the interests of the employer and the public properly.
       Article 7 : Professionals need to control architectural profession with integrity.
       Article 8 : Professionals must not be used without legitimate authority or to influence, or benefit to anyone. To self or others, have been received or not.
       Article 9 : Professionals must not let the property or benefits to any officer of the government or government agency, or a person related to the projects of professional interest is about in-order to attract, or create an influence on the decision of the officers of the government, or agency. State or a person concerned.
       Article 10 : Professionals have not signed a professional in the work that they do not review or control by themselves.
       Article 11 : Professionals must not use advertising to hire another person or allow advertising. Any reasons. The architectural profession. Expertise in the practice of architecture, its own space. But showing a position of Architectural Education branch or office is the control of the profession itself.
       Article 12 : Professionals must not use advertising to hire or allow others to take his or her name to advertise products associated with the work of all Architectural. Both are not cautioned to the practice of architecture. Released to the media. Thus knowledge of the ads themselves or others.


Chapter 3 
Ethics of Conduct against the employer.

     A total of nine articles (articles 13-21). Content overall approach to the work of the architect should work on the employer to full knowledge. Ability and in accordance with professional standards. For example, do not abandon the work of the employer without reasonable grounds. Not the type of person or that one employer to another employer with income. Or manually copy it to resume work again without permission, and architects must not disclose confidential information (jobs) to other customers. Including the need to provide any information that would benefit the customers for its decision in its entirety. Articles in this section are.

       Article 13 : Professionals should receive professional services when they are entrepreneurs. Professions include others who collaborate in the operation. Qualified by education or training by the sufficient experience in the academic related.
       Article 14 : Professionals may not accept or agree to accept a property. Or any other benefit for themselves or others wrongfully From contractors or others involved in the making with the employer.
       Article 15 : Professionals must not abandon the job without a reason.
       Article 16 : Professionals must not disclose any of the work that they have been doing. Unless authorized by the employer. Or by order of an official authorized by law. Or by court order.
       Article 17 : Professionals must not be implemented by using a single model. That have been made for the same employer for another. Unless the consent in writing by the employer for that and let the new employer prior written already.
       Article 18 : Professionals must not be implemented by using a single model. That have been made for the same employer for another. Competition for comparison. Or tender except with the consent letter from the employer as a pattern for that. And notify the new employer in advance and in writing.
       Article 19 : Professionals must not seek or accept by receiving the response. Replaced under the appropriate Architectural standards. Until the cause can not afford to provide their full responsibilities. Against their employers and the public.
       Article 20 : Professionals must not pretend that their involvement with the employer. A gang or know anyone familiar with. An act to mislead the employer that they can make the employer. Receive special rewards. In addition to formal work. Or fraud that led to the incentives that help in any way.
       Article 21 : Professionals must not deliberately ignore the duties that should be done in relation to the work of the employer or obscure the message that should let the employer know.


Chapter 4 
Ethics of professional participants.

      Total of seven articles (articles 22 -28). Content overall approach to the profession of architecture-related peers. To professional practice among professionals with the orderliness are, not struggle for the same piece of work from the same customer. Do not boast that their talent more than others, and not a copy or the work of others as their own. Looking for work by reducing the price, or offer any other benefits to customers than the service standard. Copying work of others without permission, and do not slander in various ways to make friends who share professional prejudice. Articles in this section are.

       Article 22 : Professionals must not boast of their knowledge too. Than fact and should not be falsely thinking. Or the work of other professionals as their own.
       Article 23 : Professionals must not work with competitive with other professions. By auction, or reduced benefits. Things or reward.
       Article 24 : Professionals must not offer their services in competition. Non-standard competition form. Architectural standards.
       Article 25 : Professionals must not strive to be the same piece of work, and one each in the work of the same employer who has hired another professional for the last. Unless the consent in writing from the professionals. Or employer has evidence in writing. To believe that the termination of contracts with other professionals that already.
       Article 26 : Professionals must not accept the audit work done in another practitioner. Except for the audit function or scope of work or as Purpose of the audit of the employer. And to inform the scope of duties or tasks. Such purposes or to such other professionals know well in advance.
       Article 27 : Professionals must not use or copy the pattern, flow charts, or documents related to the work of other professionals. Unless permitted by other professional writing.
       Article 28 : Professionals must not knowingly take any action. To be detrimental to the reputation of other professionals.



Announced on 12 June 2546

(Mr. Pridit Buranasiri)
President Council of Architects



Note : Published in the Government Gazette, Published version, Special Issue 120, 68 d., On 18 June 2546.

     Professional ethics is a requirement that prepared by the architectural profession for all professionals. In order to maintain. Sustain and promote the prestige of the profession. As well as to the benefits to the public is important. It is therefore legitimate rights of all professionals in the opinion of the content to benefit the development of their professional practice and beneficial to the public, also available on request to the Federation of Architects. Consider amendment to comply with state ethics rules changes that occur if that is out of date. Or an obstacle to professional practice at present or future. But nevertheless all professionals should keep in mind that any changes. It should based on the interests of the people who use the service. Social and public interests are more important than their own, to maintain the dignity and prestige of the profession as sustainable.

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

บทความสัมภาษณ์ รุ่นพี่สถาปนิกลาดกระบัง : คุณกฤตนู เพชรวราภา (พี่น้ำ)

ณ สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 5 ตุลาคม 2553 เวลา 22.22 น.

อานนท์    : สวัสดีครับ ขอรบกวนเวลาสัมภาษณ์ข้อมูลบางอย่างเล็กน้อยๆ นะครับพี่ พี่ชื่ออะไรครับ
พี่น้ำ        : ชื่อพี่น้ำครับ (กฤตนู  เพชรวราภา)

อานนท์    : ครับผม แล้วพี่น้ำเข้าเรียนและเรียนจบจากลาดกระบังเมื่อปีใดครับ
พี่น้ำ        : พี่เข้าเรียนที่ลาดกระบังเมื่อปี 2524 เรียนจบเมื่อปี 2529 ครับ

อานนท์    : ปัจจุบันนี้พี่น้ำทำงานอะไรอยู่ครับ ? อยู่ที่ไหนครับ ?
พี่น้ำ        : ปัจจุบันก็เป็นสถาปนิก และเปิดบริษัทรับออกแบบสถาปัตยกรรม ชื่อว่า "บริษัท เฟบรัวร์อิมเมจ จำกัด" บริษัทตั้งอยู่ที่ 143/491-2 บรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700 ,โทรศัพท์ :02439, 0243, 0288, 0288-2 ,โทรสาร :02432

อานนท์   : พี่น้ำเป็นสถาปนิกมากี่ปีแล้วครับ ? แล้วมีงานไหนบ้างที่เคยทำมาแล้วรู้สึกประทับใจ หรือภาคภุมิใจครับ ?
พี่น้ำ       : ก็เป็นสถาปนิกมาตั้งแต่เรียนจบละครับ ตั้งแต่ปี 2529 ปัจจุบันก็รวมทั้งสิ้น 24 ปีครับ ส่วนงาน ที่รู้สึกประทับใจในการทำงานก็คือ การได้มีส่วนร่วมในการประกวดออกแบบรัฐสภาแห่งใหม่ เป็นการร่วมงานกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วิเชษฏ์ สุวิสิทฐ์ แม้ว่าจะไม่ได้สร้างก็ตามที แต่ที่ประทับใจก็เพราะว่า เป็นการร่วมงานที่ใหญ่มากระหว่างสถาปนิกและวิศวกรจำนวนมาก เพื่อสร้างผลงานอันเป็นเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจของคนไทย


ทัศนียภาพโดยรวม แบบประกวดอาคารรัฐสภาปห่งใหม่

หุ่นจำลองอาคารประกวดแบบรัฐสภา

โถงทางเข้าของอาคาร

ห้องประชุมรัฐสภา


อานนท์    : มีอุปสรรคอะไรบ้างหรือไม่ครับ ในระหว่างการทำงานชิ้นนี้ ?
พี่น้ำ        : ก็มีในเรื่องของการทำงานกับกลุ่มคนจำนวนมากนั่นแหละครับ เพราะเป็นเรื่องยากที่จะสามารถควบคุมการทำงานของโครงการที่มีมูลค่าสูงมาก และมีขนาดใหญ่มากได้ แต่ก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสถาปนิกเรานั้นก็สามารถบริหารทีมงานที่มีขนาดใหญ่ได้

อานนท์    : แล้วพี่น้ำมีข้อคิดในการทำงานสถาปนิกอย่างไรบ้างครับ ?
พี่น้ำ        : การเป็นสถาปนิกนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก และการที่จะเป็นสถาปนิกที่ดีได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายต้องมีความอดทนและสะสมประสบการณ์ อีกทั้งต้องใจกว้าง ยอมรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น แล้วนำสิ่งที่ดีที่สุดมาปรับใช้ในการออกแบบต่อไป

อานนท์   : ในเรื่องของการควบคุมการทำงานของวิชาชีพสถาปนิก พี่น้ำมีความคิดเห็นอย่างไร กับจรรยาบรรณวิชาชีพสถาปนิกบ้างครับ ?
พี่น้ำ       : ก็เมื่อเรา(ผู้สัมภาษณ์) ได้ทำงานดูแล้วก็จะรู้ว่า ความเป็นจริงแล้วมันมีอะไรที่มากกว่า กฎเกณฑ์ที่เราคิดมาก... "กฎเกณฑ์บางครั้งมันก็เป็นแค่ตัวหนังสือในกระดาษ" บางครั้งมันก็มีการเล่นนอกตำรามากเกินไป ก็หวังว่าสถาปนิกรุ่นใหม่ๆ ที่ขึ้นมาก็ต้องช่วยกันทำให้มันดียิ่งขึ้นไปจากปัจจุบันที่เป็นอยู่

อานนท์    : คำถามสุดท้ายแล้วครับ อยากทราบว่า พี่น้ำมีแนวคิดอย่างไรที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือเพื่อชุมชนบ้างครับ ?
พี่น้ำ        : มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องที่ความจริงแล้ว ควรจะมีการปลูกฝังตั้งแต่เริ่มต้นเรียนสถาปัตยกรรมตั้งแต่ชั้นปี 1 เลยนะครับ ซึ่งปัจจุบันสถาปนิกใหม่ๆ ส่วนใหญ่ก็อยากที่จะทำงาน ด้านดีไซน์ ด้านออกแบบ ด้านพรีเซนเตชั่น อยากโชว์ผลงาน อยากเป็น "Great Architect" ด้วยกันทั้งนั้น โดยไม่ได้หันกลับมามองว่า ชุมชนและสังคมได้อะไร มองภาพรวมแล้วได้อะไร มัวแต่คิดว่าตัวเองจะทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่ ซึ่งมันไม่ถูกต้อง ที่จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องทำงานที่เป็นอนุสรณ์สถานที่มันดูดี ยิ่งใหญ่ แต่ทำงานที่รับผิดชอบต่อสังคมและโลกจะดีกว่า แล้วโลกจะน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

อานนท์    : สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณพี่น้ำเป็นอย่างมากครับ ที่ได้สละเวลาในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ยินดีที่ได้รู้จักพี่น้ำครับ ขอบคุณมากครับ
พี่น้ำ        : ยินดีเช่นกันครับ

ถ่ายภาพร่วมกับพี่น้ำ ณ สนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 5 ตุลาคม 2553 เวลา 22.22 น.